Warrior 2: พร้อมรบ

Virabhadrasana 2 225x300Warrior 2 หรือท่า Virabhadrasana 2 มักจะเป็นท่าตั้งต้นก่อนที่จะเคลื่อนไปสู่อาสนะต่อ ๆ ไป ดังนั้นยิ่งเราจัดท่า Warrior 2 ได้ดีเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เราสามารถทำท่าถัด ๆ ไปได้ดีมากขึ้นเท่านั้น การเข้าสู่ท่า Warrior 2 อย่างรอบคอบและชาญฉลาดจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดต่าง ๆ เช่น หัวเข่าบิด หน้าอกจม หรือเชิงกรานเอียง การให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้ Warrior 2 ของเราดูสง่างามและองอาจเหมือนดังนักรบ

ตั้งท่ารบ

อาสนะท่ายืนแยกขาได้เปรียบอาสนะท่ายืนขาเดียวตรงที่มีความมั่นคงมากกว่า ดังนั้นเวลาทำท่า Virabhadrasana 2 อย่ากลัวที่จะกางขาให้กว้างเข้าไว้ ซึ่งครูแต่ละท่านอาจมีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีวัดระยะความกว้างของขานี้แตกต่างกันไปบ้าง อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบริเวณขาหนีบของเราด้วย ลองสังเกตว่าเมื่อยืนแล้วหากรู้สึกว่าเท้าสองข้างค่อย ๆ ไหลออกห่างจากกันอยู่ตลอดเวลา แสดงว่า Warrior 2 ของเราขากว้างเกินไปแล้ว แต่ถ้ายืนแล้วไม่รู้สึกว่าได้ใช้กำลังขาในการยึดติดกับพื้นให้มั่นคงเลย ก็แปลว่าเรายืนขาแคบเกินไป ให้กางขากว้างที่สุดเท่าที่เรากางได้โดยที่ยังรู้สึกว่าเรายังยึดเท้าไว้ได้อยู่ เหมือนกับเรากำลังลากเท้าสองข้างเข้าหากัน ไม่ใช้ลากออกห่างจากกัน

ครูแต่ละท่านอาจมีรูปแบบการวางเท้าในท่า Warrior 2 แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ซึ่งเราสามารถทดลองดูหลาย ๆ แบบได้ ปกติผมชอบแบบที่ให้ส้นเท้าสองข้างเป็นแนวเส้นตรงเดียวกัน แต่ไม่ว่าจะวางแบบไหนก็ตามสิ่งที่เราต้องการคือจัดแล้วสามารถทำให้เชิงกรานตั้งตรงได้ ไม่เอียงลงมาด้านหน้า จัดเท้าหน้าให้นิ้วชี้เท้าชี้ตรงมาทางด้านหน้า เท้าหลังชี้ออกด้านข้างประมาณ 90 องศา บิดต้นขาด้านหน้าออกด้านนอกให้หัวเข่าตั้งตรงอยู่เหนือข้อเท้า ถ้าได้ตามนี้แล้วเชิงกรานจะไม่กระดกมาด้านหน้าและจะไม่ไปเพิ่มแรงกดที่บริเวณหลังช่วงล่าง หากไม่สามารถหมุนต้นขาออกด้านนอกได้ให้ขยับขาแคบลงอีกนิด เพื่อให้สะโพกยกสูงขึ้นอีกเล็กน้อย อย่างไรก็ตามแม้เราจะบิดต้นขาหน้าออกด้านนอกแต่ระวังอย่ากดไปที่ขอบเท้าด้านนอกจนเกินไป ให้กดจมูกเท้าใต้นิ้วโป้งเท้าลงและกดส้นเท้าด้านในตรึงไว้กับพื้น

เหยียดขาหลังตรงด้วยกำลังของกล้ามเนื้อขา ดึงกล้ามเนื้อรอบ ๆ หัวเข่าให้แน่นแล้วกดขอบเท้าด้านนอกลงให้ติดพื้น ในขณะเดียวกันนิ้วเท้ากางออกกว้าง ยกส่วนโค้งใต้เท้าขึ้นแล้วกดส้นเท้าด้านในลงพื้น ทั้งหมดนี้จะดึงพลังงานขึ้นมาตามขาด้านในขึ้นมาสู่แกนกลางของเชิงกราน ตอนนี้เชิงกรานของเราจึงมั่นคงแข็งแรงพร้อมสำหรับการจัดช่วงบนของท่า Warrior 2 ต่อไป

อกผายไหล่ผึ่ง

Warrior 2 300x168การจัดช่วงลำตัวและหน้าอกของท่า Virabhadrasana 2 ให้นึกถึงนักรบที่ดูองอาจ ถ้าช่วงล่างของท่า Warrior 2 ยึดแน่นและแข็งแรงเพียงพอเราจะรู้สึกได้ถึงพลังงานที่ถูกดึงขึ้นมาสู่เชิงกราน ให้นึกภาพว่าเราจะดึงพลังงานนี้ขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง ยกกระดูกซี่โครงขึ้นเพื่อจัดให้ช่องทางเคลื่อนพลังงานยืดตรง ทำให้พลังงานเดินทางขึ้นสู่ช่วงอกได้ง่ายยิ่งขึ้น

ช่องทางดังกล่าวต้องตรงจริง ๆ ไม่แอ่นและไม่โก่งหลัง เวลาที่เชิงกรานตั้งตรงกระดูกก้นกบจะสามารถชี้ลงพื้นได้ ซึ่งนั่นจะเป็นการช่วยยืดกระดูกสันหลังส่วนล่าง จากนั้นให้ยืดกระดูกหน้าอกขึ้นมาหาคาง ไม่ดันไปด้านหน้าหรือดันเก็บเข้าไปด้านหลัง เท่านี้ก็จะทำให้ Warrior 2 ของเราอกผายไหล่ผึ่งอย่างสง่างาม

ติดอาวุธ

นักรบมีแขนที่แข็งแรงเพราะต้องถือดาบหนัก ดังนั้นอย่าคิดเชียวว่าท่ายืนอย่าง Virabhadrasana 2 เราใช้แค่กำลังขา แขนที่เหยียดกางออกในท่า Warrior 2 ก็มีหน้าที่ที่ต้องทำเช่นเดียวกัน หัวใจนักรบจะเปล่งประกายในท่า Warrior 2 ก็ต่อเมื่อไหล่สามารถผ่อนลงเพื่อเปิดพื้นที่ให้กระดูกหน้าอกยกขึ้นได้ และยังเป็นการช่วยให้สะบักยึดแน่นติดกับหลังบน ลำตัวช่วงบนก็จะมีความมั่นคงมากขึ้น เพื่อการนี้เราจะใช้กล้ามเนื้อไตรเซ็ปส์เป็นตัวช่วยโดยการบิดต้นแขนออกด้านนอกเพื่อดันหัวกระดูกต้นแขนกลับเข้าไปในเบ้าไหล่ อย่างไรก็ตามหน้าแขนยังคงคว่ำลง ฝ่ามือคว่ำลงและปลายนิ้วมือเหยียดออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกันและกัน เมื่อใช้กล้ามเนื้อแขนแบบนี้แล้วแขนจะเหยียดตรงแข็งแรง ในขณะเดียวกันหน้าอกจะยังคงสามารถยกขึ้นได้ พลังงานจึงสามารถเคลื่อนขึ้นไปสู่กลางศีรษะได้

สุดท้ายให้เราหันศีรษะไปทางปลายนิ้วมือที่อยู่ด้านหน้า จัดคางให้ขนานพื้นเอาไว้ แล้วยกหน้าอกขึ้นหาคางอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่กดคางลงไปหาหน้าอก สายตาแน่วแน่แต่นุ่มนวล สง่างามดังนักรบในสนามรบอันทรงเกียรติ

นายแบบ: พิณ ในท่า Virabhadrasana 2