เหตุและผลของการนั่ง

Mind Body Connection 300x168ถ้าจะว่ากันตามที่ปรากฏในคัมภีร์ “โยคะสุตราของปตัญชลี”(Yoga Sutras of Patanjali) แล้วล่ะก็ คำว่า “อาสนะ” (Asana) แปลตรงตัวหมายถึงวิธีการนั่ง และตามที่สุตราที่ 46 ระบุไว้ว่า “Sthirasukhamasanam” ซึ่งตามการถอดถ่ายภาษาของ Swami Satyananda Saraswati นั้นท่านแปลว่า “ท่าควรมั่นคงและสบาย” (Steady and comfortable should be the posture) ดังนั้นหากจะกล่าวกันแบบเฉพาะเจาะจงแล้ว อาสนะจึงหมายถึงท่าสำหรับการเข้าฌาน (คนไทยเรามักเรียกว่าการนั่งสมาธิ แต่ตามการถอดถ่ายภาษาสันสกฤตแล้ว ผู้รู้หลายท่านแปลคำว่า Dhyana ว่าหมายถึง Meditation และ Samadhi คือ Enlightenment ซึ่งทั้งคู่เป็น 2 ใน 8 ขั้นของโยคะหรือ 8 Limbs of Yoga ตามตำราของปตัญชลี ในที่นี้ผมขอใช้คำว่าการเข้าฌานเพื่อไม่ให้สับสนกับ Samadhi ของปตัญชลีครับ) ตัวอย่างเช่น Siddhasana, Sthirasana, swastikasana, Sukhasana และ Padmasana อาสนะอื่น ๆ นั้นถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลังโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกฝนร่างกายให้มีความสมดุล ให้ผู้ฝึกมีความพร้อมสำหรับการนั่งเข้าฌาน

พอรู้ความหมายตามนี้แล้วก็เล่นเอาผมงงเลยทีเดียว เพราะฝึกโยคะมาตั้งหลายปีแต่กลับมาบอกว่าที่ฝึก ๆ กันอยู่นี่เพื่อให้สามารถนั่งเข้าฌานได้อย่างถูกต้อง เราคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธมักจะได้เรียนและฝึกเรื่องการนั่งเข้าฌานมาบ้างตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาในบ้านเรา แลการนั่งบนพื้นก็ดูเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ๆ ในสังคมไทย แล้วทำไมเราจะต้องทุ่มเทฝึกโยคะกันเป็นปี ๆ เพื่อที่จะทำสิ่งที่ธรรมดามาก ๆ อย่างการนั่ง

ความไม่สบายของการนั่ง

การเป็นครูสอนโยคะทำให้ผมมีโอกาสได้สังเกตเห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน สิ่งหนึ่งที่พบก็คือการนั่งพื้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไปสำหรับคนส่วนใหญ่ นักเรียนโยคะหลายคนไม่สามารถถ่ายน้ำหนักลงบนกระดูกรองนั่งใต้สะโพกสองข้างให้เท่ากันได้ หลายคนไม่สามารถนั่งหลังตรงไหล่ผ่อนคลาย และก็มีอีกหลายพฤติกรรมที่สังเกตเห็นได้บ่อย ๆ ในชั้นเรียน เช่น การนั่งหลังโก่ง ศีรษะล้ำหน้า ซี่โครงทิ่มออกมาด้านหน้ามากเกินไป หัวเข่าลอยขึ้นสูงจากพื้น และอีกหลาย ๆ อาการที่ดูไม่เข้าที่เข้าทางปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในนักเรียนชาวตะวันตก หรือแม้แต่ชาวเอเชียเองที่เรามักคิดว่ามีร่างกายที่ยืดหยุ่นดีกว่าก็ยังมีปัญหากับการนั่งพื้นไม่ใช่น้อย

กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเรามีผลต่อความสามารถในการขยับแขนขา หมุนหัวไหล่ ส่ายศีรษะ ขยับกระดูกสันหลัง และอีกหลาย ๆ รูปแบบการเคลื่อนไหวที่ต้องการความยืดหยุ่นของร่างกายอย่างมาก เราเคลื่อนไหวน้อยแต่ยึดติดอยู่กับที่มากขึ้น เรานั่งอยู่กับโต๊ะทำงานได้ทั้งวัน เรานั่งแช่อยู่บนโซฟาแสนสบาย เราจับจ้องอยู่กับโทรศัพท์ไอโฟนได้เป็นชั่วโมง ๆ แต่กิจกรรมที่ดูเรียบง่ายธรรมดาอย่างการนั่งเข้าฌานนั้นต้องการกระดูกสันหลังที่แข็งแรง สะโพกที่เปิดผาย และแขนขาที่ยืดหยุ่นทั้งหมดก็เพื่อการพยุงร่างกายให้อยู่ในท่านั่งนี้ได้

ปกติผมนั่งเข้าฌานไม่เกิน 15-20 นาที นาน ๆ ครั้งจริง ๆ ที่จะนั่งได้เกือบชั่วโมง ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าท้าทายมาก ๆ ครับที่จะนั่งได้อย่างต่อเนื่องยาวนานขนาดนั้น วันเวลาปีแล้วปีเล่าที่ผ่านมาในชีวิตของผมก็ได้ทำลายความยืดหยุ่นของร่างกายผมไปไม่น้อยเลย การจะนั่งนาน ๆ โดยไม่ปวดเมื่อยเลยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ยังไม่ต้องพูดถึงการสงบจิตใจให้นิ่งระหว่างนั่งเลยนะครับ นั่นยิ่งยากเข้าไปอีก

จิตและกายเชื่อมโยงกัน

Mind Body Connection 2 257x300ผมมีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติธรรมดูจิต ตามแนวทางมหาสติปัฏฐานสี่ อริยมรรคมีองค์แปด กับพระอาจารย์ที่ผมเลื่อมใสศรัทธา พระอาจารย์ท่านมีคำอธิบายเกี่ยวกับการตอบสนองของร่างกายต่อจิตใจที่ผมรู้สึกว่าเข้าใจง่าย เวลาเข้าฌานร่างกายเราอาจไม่มั่นคงส่ายเอนไปมาในระหว่างที่เรานั่งอยู่ แต่ต่อมา ณ ขณะหนึ่งร่างกายกลับถูกดึงขึ้นตั้งตรงโดยอัตโนมัติ ท่านว่านั่นเป็นชั่วขณะที่เรากลับมาดูจิตในปัจจุบันขณะ ร่างกายจึงตอบสนองไปตามนั้นโดยกลับมาสู่การนั่งยืดกายตั้งตรง ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งใดเกิดขึ้นก่อนกันระหว่างจิตที่ล่องลอยกับร่างกายที่ไม่มั่นคง หรือบางทีมันอาจจะเป็นทั้งเหตุและผลของกันและกันก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้ดูจิตร่างกายจึงส่ายเอน ในทางกลับกันยิ่งร่างกายไม่มั่นคงเท่าไหร่ ก็เปิดโอกาสให้จิตใจเตลิดไปได้มากเท่านั้น

ดังนั้นความเชื่อมโยงกันของกายกับจิตจึงมีความสำคัญ ร่างกายเป็นพาหนะของจิตใจ กายที่อ่อนแอจึงไม่สามารถนำพาไปสู่จิตในระดับที่สูงขึ้นได้ จิตที่อ่อนแอไม่สามารถเข้าถึงความสงบในการเข้าฌานได้ ร่างกายก็มีส่วนทำให้การเข้าฌานไม่บังเกิดผลเช่นเดียวกัน

ที่สุดแล้วผมจึงคิดว่าปตัญชลีท่านกล่าวไว้ถูกแล้ว คำสอนในโยคะสุตราเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของจิตและกายเป็นเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผล

แล้วหลังจากสรุปกับตัวเองได้แบบนี้ผมควรจะทำอย่างไรต่อไปดี เอาล่ะ ผมก็จะยังคงฝึกเอาขาพาดไปหลังศีรษะ ยกตัวและทรงตัวให้ได้บนแขนทั้งสองข้าง แอ่นหลังแล้วเอาเท้ามาแตะศีรษะ และก็อีกหลาย ๆ ท่า ด้วยความเชื่อที่ว่าวันหนึ่งการฝึกฝนเหล่านี้จะทำให้ผมสามารถนั่งในท่า Sukhasana หรือ Padmasana ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น และสามารถนั่งเข้าฌานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานมากขึ้นด้วย

นางแบบ: นุจ ในท่า Ardha Padmasana